In the mood for love เอกมัย1 ร้านอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางบรรยากาศแบบเซี่ยงไฮ้

ความรักความโรแมนติกไม่ได้มีแค่วันวาเลนไทน์ ความรักจะอบอวลไปทั้งปี เมื่อเลือกร้านอาหารดีๆ บรรยากาศที่แสนอบอุ่นอย่างร้าน In the mood for love เอกมัยซอย 1 ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบเพื่อนฝูง รักแบบครอบครัวหรือแฟนก็สามารถชวนกันมาทานได้ บรรยากาศที่แสนอบอุ่นแบบหาโอกาสจากที่ไหนได้อีก

In the mood for love เอกมัย1 ร้านอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางบรรยากาศแบบเซี่ยงไฮ้

หากใครชอบดูหนังจะรู้เลยว่าชื่อร้าน In the mood for love เป็นชื่อหนังฮ่องกงยุค 1960 ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณคุณสา เจ้าของร้านชื่นชอบเป็นอย่างมากจึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านอาหาร In the mood for love เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีสไตล์โดดเด่นเป็นของตัวเอง ด้วยรสชาติอาหารที่ฟิวชั่นและการตกแต่งร้านให้เป็นสไตล์ Traditional และแบบ comtempupary คือมีความดั้งเดิมและร่วมสมัย เรียกได้ว่าเป็นการย้อนยุคที่ดูทันสมัยที่สุดก็ว่าได้

คงเป็นเรื่องใหม่ที่ร้านอาหารญีปุ่นจะตกแต่งไปทางจีน ของตกแต่งบางอย่างที่ดูมีความเป็นจีนมากกว่า ทั้งของใช้ โต๊ะ โคมไฟกรงนก และหมอนลายโบตั๋น คงเป็นเพราะหยิบแรงบันดาลใจของหนังเรื่อง In the mood for love มาตกแต่งร้านอย่างแน่นอน

ร้านดูกว้างเป็นอย่างมาก สามารถรับจัดปาร์ตี้แบบส่วนตัวได้ถึง 200 คน เลยทีเดียว และมีหลายโซนและมี 2 ชั้นด้วยกัน และมีในส่วนของ Outdoor สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติด้านนอก

Sweet 16

Sweet 16 (440 บาท) เป็นอาหารฟิวชั่น เนื้อปลาไหลราดซอสสไปซี่แซลมอน โปะด้วยสตอเบอร์รี่ รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว ไม่มีกลิ่นคาวเนื้อปลาไหลGuilty but Happy

Guilty but Happy (390 บาท) เมนูแนะนำและขายดีของทางร้าน กุ้งเทมปุระชิ้นโตพร้อมครีมชีสเนื้อแน่น คลุกคล้าด้วยซอสและมายองเนส รสชาติอร่อยลงตัว

Gindara Yaki

Gindara Yaki  (480 บาท) ปลาจินดาระหมักซอสมิโซะกว่า 8 ชม. ก่อนนำไปย่าง เวลาทานปลาเนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และได้กลิ่นหอมของปลาจากการนำไปย่างบนเตาถ่าน

Salmon Skin salad (320 บาท) เมนูรักสุขภาพสำหรับสาวๆ หนังปลาแซลมอนทอดกรอบ กับสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดโฮมเมดสูตรพิเศษของทางร้าน รสชาติเข้มข้น ทานแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น

In The Mood For Love (330 บาท) Cocktail เป็น Signature ของทางร้าน แอ๊ปเปิ้ลผสมกับโซจูเล็กน้อย

ช่วงนี้้ทางร้านมี โอมากาเสะ (เมนูตามที่เชฟอยากทำ) เมนูพิเศษตามฤดูกาล ซึ่งจะเปลี่ยนเมนูไปทุกๆ 3 เดือน เช่นฤดูกาลนี้จะมีเมนู Otaru Ika (ปลาหมึกเรืองแสง), Sayori (ปลาซาโยริ), Torigai(หอยโทริไก) เป็นต้น ถ้าต้องการทาน โอมากาเสะ ต้องโทรจองล่วงหน้านะคะ



บทความแนะนำ