สับปะรด ช่วยป้องกันโรคต่างๆ ประโยชน์มากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้!!

สับปะรด ผลไม้ที่ทุกคนชื่นชอบ สับปะรดมีมากกว่าประโยชน์ที่เราคิด
ช่วยป้องกันโรคต่างๆและ
นำสับปะรดมาแปรรูปได้อีกมากมายเรามารู้จักกับสับปะรดกันดีกว่าครับ

ส่วนต่างๆของ สับปะรด

สับปะรดเป็นผลไม้ลำต้นเตี้ย เจริญเติบโตได้ดีในสภาวะอากาศร้อนแห้ง แล้ง
มีดินปนทราย ขนาดของผลสับปะรดจะใหญ่กว่าลำต้น ส่วนใบจะเรียวยาว
และแข็งแรงใช้ในการกักเก็บน้ำได้ดีครับเพราะมีเส้นใยที่เหนียวมาก
ตรงเปลือกของสับปะรดจะมีลักษณะแข็ง มีตา ปรากฎอยู่รอบ ๆ เปลือก
เนื้อสับปะรดมีรสหวานอมเปรี้ยวชุ่มน้ำ บางพันธุ์มีรสหวานฉ่ำ
ส่วนมากนะครับจะนิยมปลูกทั้งพันธุ์ปัตตาเวีย และพันธุ์ภูเก็ต
แต่ในบ้านเราส่วนมากที่ขายกันอยู่ก็จะมี สับปะรด นางแล ภูแล เพชรบุรี
ศรีราชา แล้วส่วนต่างๆของสับปะรดเนี่ย เขาเอามาทำอะไรกันบ้าง

  • ผลสับปะรด
    จะเป็นส่วนที่มีเนื้อและน้ำ ซึ้งมีประโยชน์มากมายเลยครับ
    เราจะกินผลสดๆก็ได้ รวมไปถึงมาแปรรูปเป็น สับปะรดกวน
    ,สับปะรดในน้ำเชื่อมบรรจุกระป๋อง ที่เราเห็นทั่วไป , แยมสับปะรด
    และสับปะรดอบแห้ง
    หรือจะคั้นเป็นเครื่องดื่มน้ำสับปะรด,น้ำส้มสายชูก็ได้ครับ
  • ใบสับปะรด รู้ไหมครับว่า
    ใบสับปะรดเนี่ยเป็นเศษวัสดุที่มีมูลค่ามากเลยครับ เพราะเส้นใยที่เหนียวนั้น
    สามารถนำมาแปรรูปเป็นผ้าใยสับปะรด ซึ่งชาวฟิลิปปินส์
    จะนิยมนำมาทำเป็นผ้าพื้นเมืองด้วยครับ
    อีกทั้งยังนำมาประยุกต์ใช้ทำเป็นกระดาษใบสับปะรด หรือเชือก
  • เปลือกสับปะรด
    มีประโยชน์มากเช่นเดียวกันครับ เพราะตรงส่วนตาของสับปะรดนั้น
    อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่า จึงนิยมนำมาแปรรูปเป็นอาหารของโค
    หรือจะอบแห้งเผื่อนำมาเป็นส่วนผสมหลักๆของอาหารสัตว์อื่นๆ
    แถมยังนำมาทำเป็นน้ำหมัก ปุ๋ยชีวภาพได้ด้วยครับ
  • แกนสับปะรด 
    บางสายพันธุ์นะครับที่มีแกนกลางใหญ่ๆ จะนิยมนำมาแปรรูปเป็น
    แกนสับปะรดอบแห้ง และ แกนสับปะรดหยี ที่ไม่นิยมรับประทานสดๆเพราะ
    เนื้อของแกนสับปะรดจะมีลักษณะแข็งกระด้างครับ

ประโยชน์และสรรพคุณของ สับปะรด

1. ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
รับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซี
ที่สำคัญคือวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ
การรับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นจึงเป็นการเพิ่มแรงต้านทานโรคให้แก่ร่าง
กายแต่ในผู้ที่มีเลือดจางไม่ควรกินมากนัก

2. ช่วยในการย่อยอาหาร
สับปะรดมีกากใยอาหารอาหารมากซึ่งมีความสำคัญกับการย่อยอาหาร
และเป็นที่รู้กันอยู่ว่ากากใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอล
ควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือดและช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งเพราะในสับปะรดมี
เอนไซม์ตามธรรมชาติที่มีชื่อว่า ?บรอมีเลน?
สามารถช่วยย่อยอาหารได้ทั้งใสภาวะเป็นกรดและด่าง
จึงเหมาะมากที่จะพาไปช่วยย่อยในกระเพาะซึ่งเป็นกรด
หากกินสัปปะรดหลังอาหารเป็นประจำ จะช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายด้วยนะครับ
(ใครที่กำลังอยากลดความอ้วนนี่ ผมคอนเฟริมเลยครับ ได้ผลดีจริงๆ )

3. ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี
สับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน
และแมงกานีสที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของ
เซลล์ และอาจทำให้เป็นโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ อัมพาต นอกจากนี้
สารแอนตี้ออกซิแดนท์ยังมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย
หลอดเลือด หลอดลมไหลเวียนดี

4. ป้องกันความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง
การรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำและลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง
โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเต้านม เพราะสับปะรด
มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์ร้ายในปอด
ป้องกันมะเร็งรังไข่

5. ช่วยป้องกันโรคต่างๆ
การรับประทานผักและผลไม้ให้ได้วันละ 5
กำมือจะช่วยลดการเสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต
หรือมะเร็งได้ถึง 20% อีกทั้งยังเสริมสร้างการดูดซึมอาหาร
เพราะสับปะรดมีกรด และวิตามินหลายชนิดครับ

6. ช่วยให้เหงือกแข็งแรง สับปะรดช่วยให้สุขภาพในช่องปากแข็งแรง เนื่องจากสับปะรดมีวิตามินสูงที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากโรคเหงือกได้

7. ช่วยยับยั้งการอักเสบ เอนไซม์ Bromelain ในสับปะรดจะช่วยยับยั้งการอักเสบ ทั้งนี้ ชาวอเมริกาใต้โบราณใช้สับปะรดเป็นยารักษาโรคผิวหนังและรักษาบาดแผล

สับปะรด ดีต่อสุภาพสตรีและผู้ป่วย

สำหรับสุภาพสตรีที่มีอาการปวดประจำเดือน อาการอักเสบจากริดสีดวงทวาร
หรือผู้ป่วยอาการที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดดำ โรคกระดูก ข้ออักเสบ
รูมาตอยด์ เก๊าท์ หากรับประทานสับปะรดเป็นประจำ
จะช่วยบรรเทาอาการต่างๆเหล่านี้ได้
รวมไปถึงสมานแผลให้ทุเลาได้เร็วขึ้นด้วยครับ

วิธีรับประทาน สับปะรด ให้ถูกต้อง

วิธีกินสับปะรด สำหรับการรับประทานที่ถูกวิธีนะครับ
ให้ใช้มีดใหญ่เฉือนเปลือกออกจนหมด
จากนั้นจึงใช้มีดตัดส่วนตาออกเป็นร่องเฉียงเป็นแถว ๆ
เอาส่วนตาออกแล้วตัดเป็นชิ้น
แล้วเอาเกลือแกงทาให้ทั่วหรือมิฉะนั้นก็แช่ในน้ำเกลืออ่อน ๆ ประมาณ 2-3
นาที
การทาเกลือหรือแช่ในน้ำเกลือนอกจากจะทำให้รสชาติดีขึ้นแล้วยังเป็นการทำลาย
สารจำพวก Glycoalkaoid และเอ็มไซม์บางชนิด
ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้หลังรับประทานครับ

ข้อแนะนำของ สับปะรด

ถึงแม้ว่าสับปะรด จะเป็นผลไม้ที่เยี่ยมยอดเลยก็ว่าได้สำหรับเรานะครับ
แต่หากรับประทานในปริมาณมากๆ อาจเป็นผลเสียต่อร่างกายได้
ควรรับประทานสับปะรด ควบคู่ไปกับการทานอาหาร และผักผลไม้อื่นๆด้วยนะครับ
อย่าลืมบอกต่อเคล็ดลับดีๆให้เพื่อนๆต่อได้นะครับ

 

ขอบคุณที่มาจาก : www.สุขภาพไทย.com